รู้หรือไม่ Tagline VS Slogan ต่างกันอย่างไร? 

.

ใครๆก็อยากสร้างเเบรนด์ให้ทุกคนจดจำ หลายๆเเบรนด์เลือกที่ใช้ Tagline เเละ Slogan เพื่อเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ เเละบอกถึงตัวตนของเเบรนด์ตนเอง 

.

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ Tagline และ Slogan นั้นต่างก็ถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้งทั้งเรื่องการใช้งาน การเรียกชื่อ หรือการตั้งวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกัน วันนี้ Baramizi Branding Academy ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจถึง Tagline เเละ Slogan ว่าเเท้จริงเเล้วคืออะไรเเละนำไปคิดในการสร้างเเบรนด์อย่างไร

.

Tagline คือชุดคำที่สะท้อนถึงความเป็นเเบรนด์ คุณค่าของเเบรนด์ที่ตั้งใจส่งให้เเก่กลุ่มลูกค้า โดยเเสดงให้เห็นถึงความเเตกต่างของเเบรนด์ เเนวความคิด Big idea เเละช่วยเเสดงตำเเหน่งของเเบรนด์

.

Slogan คือ วลีที่จำได้ง่าย เห็นภาพได้เร็ว เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงกิจกรรมทางการตลาดของเเบรนด์ ทั้งในรูปเเบบข้อความผ่านตัวสินค้า บริการ เเละการสื่อสารทางการตลาดในเเต่ละช่วงเวลา

.

ความเเตกต่างของ Tagline VS Slogan

  • ออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นเเบรนด์หรือธุรกิจ VS ออกเเบบมาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด สินค้าเเละบริการ การสื่อสาร
  • บ่งชี้ตำเเหน่งของเเบรนด์ VS บ่งชี้สิ่งที่เเบรนด์ต้องการจะสื่อสารในเเต่ละกิจกรรม
  • มักไม่ค่อยเปลี่ยนเเปลง ตั้งเพื่อยึดหลักในการขับเคลื่อนเเบรนด์ VS เปลี่ยนเเปลงทุกๆกิจกรรมทางการตลาด 
  • หลายๆธุรกิจมักใช้ Slogan ทดสอบการเข้าถึงในเเต่ละกลุ่มลูกค้า หาก Slogan ไหนได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จ ก็สามารถพัฒนา Slogan ให้เป็น Tagline ได้ 

ตัวอย่างเช่น แบรนด์ที่พัฒนา Slogan สู่ Tagline

Nike – สโลเเกนปี 1985 “Just Do it”

Apple – สโลเเกนปี 1997 “Think Different”

McDonald’s – สโลเเกนปี 2003 “I’m Lovin’ It”

ขอขอบคุณบทสรุปจาก Tagline or Slogan [Which Brand Strategy Tool To Use] : https://www.youtube.com/watch?v=-0HApIlf58k

#BaramiziBrandingAcademy #Tagline #Slogan #Branding